ด้วยสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผุ้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นองค์กรหลักในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วงงานภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ให้มีส่วนร่วมในการจัดงานวันผู้สุงอายุแห่งชาติ สำหรับในปี พ.ศ. 2553 นี้ คณะอนุกรรมการจัดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ กำหนดหัวข้อการจัดงานว่า “พลังผู้สูงวันสร้างสังคมไทยรู้รักสามัคคี” และได้กราบเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2553 ณ สโมสรทหารบกถนนวิภาวดี-รังสิต กรุงเทพมหานคร
เพื่อรณรงค์ให้สังคมตระหนักในคุณค่าความสำคัญของผู้สุงอายุโดยเฉพาะประเด็นการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุต่อสังคม ในโอกาสใน สท. ร่วมกับกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ UNFPA มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ และบริษัทบาแรมยู จำกัด จึงจัดการประกวดภายนต์สั้นความยาวไม่เกิน 8 นาที และประกวดวีดีโอคลิป ความยาวไม่เกิน 30 วินาที โดยแบ่งระดับผู้ส่งผลงานเข้าประกวดเป็น 2 ระดับ คือนักเรียน/นักศึกษา อายุไม่เกิน 23 ปี และระดับประชาชน ไม่จำกัดอายุ หัวข้อการประกวดคือ “พลังผู้สูงวัยสร้างสังคมไทยรู้รักสามัคคี”
โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความตนักแต่สังคมในประเด็นการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุต่อสังคม ผู้ชนะเลิศการประกวดเข้ารับโล่และด้วยสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผุ้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นองค์กรหลักในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วงงานภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ให้มีส่วนร่วมในการจัดงานวันผู้สุงอายุแห่งชาติ สำหรับในปี พ.ศ. 2553 นี้ คณะอนุกรรมการจัดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ กำหนดหัวข้อการจัดงานว่า “พลังผู้สูงวันสร้างสังคมไทยรู้รักสามัคคี” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความตนักแต่สังคมในประเด็นการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุต่อสังคม ผู้ชนะเลิศการประกวดเข้ารับโล่และรางวัลจานายกรัฐมนตรีในงานผู้สูงอายุแห่งชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 6 เมษายน 2553 ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี-รังสิต กรุงเทพมหานคร
1. ประเภทการประกวด
1.1 ภาพยนต์สั้น ความยาวรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 8 นาที
1.2 วีดีโอคลิป ความยาวรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 30 วินาที
2. ผู้ส่งผลงานเข้าประกวด
2.1 ระดับนักเรียน / นักศึกษา อายุไม่เกิน 23 ปี ให้ส่งบัตรนักเรียน/นักศึกษา พร้อมผลงานที่ส่งเข้าประกวด กรณีไม่มีบัตรให้เขียนชื่อ ที่ตั้งสถานศึกษา หมายเลขโทรศัพท์สถานศึกษา
2.2 ระดับประชาชนทั่วไป ไม่จำกัดอายุ ให้ส่งบัตรแสดงตนที่ทางราชการออกให้ พร้อมผลงานที่ส่งเข้าประกวด
3. การสมัคร
ผู้ประสงค์จะส่งผลงานเข้าประกวด สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://shortfilms.fopdev.or.th ส่งใบสมัครไปยังมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ เลขที่ 388 (6) ซอย 17 ถนนนิมานเหมินท์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200 หรือทาง Email shortfilms@fopdev.or.th ได้ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นต้นไป สำหรับภาพยนต์สั้น ผู้ส่งใบสมัครก่อนจะได้รับการพิจารณาให้เข้ารับการแนะแนว (Workshop) ระยะสั้น จำนวนจำกัด เพียงหนึ่งรุ่น โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ นายเจนวิทย์ วิโสจสงครามตามที่อยู่ข้างต้น หมายเลขโทรศัพท์ 053-894-085 053-215-676 โทรสาร053-224-616 ติดตามรายละเอียด การประกวดและความก้าวหน้าของการประกวดได้ที่ http://twitter.com/NDOP 2010 ส่งผลงานการเข้าประกวดไปยังมูลนิธิฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 1-26 มีนาคม 2553 โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์หรือวันรับ Email เป็นสำคัญ
4. รูปแบบของผลงานที่ส่งเข้าประกวด
4.1 ภาพยนต์สั้น จัดส่งในรูปแบบ DVD มาตรฐานที่สามารถเปิดรับชมได้จากเครื่องเล่น DVD ทั่วไป
4.2 วีดีโอคลิป จัดส่งในรูปแบบไฟล์มาตรฐาน เช่น 3gp, avi, .wmv, .mp4 หรือ รูปแบบที่สามารถเปิดบนคอมพิวเตอร์ได้
5. การตัดสิน
ตัดสินการประกวดภาพยนต์สั้นและวีดีโอคลิป โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านผู้สูงอายุแลภาพยนตร์ ภายในวันที่ 30 มีนาคม 2553 และจะประกาศผลทางสื่อสารธารณะให้ทราบในวันถัดไป
ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องแสดงออกซึ่งความมีจริยธรรมและทัศนคติที่ดีต่อสังคม ไม่พาดพิงล่วงละเมิดผู้อื่น เป็นผลงานที่ผู้ประกวดผลิตขึ้นเอง ภายใต้แนวคิด “พลังผู้สูงวัย สร้างสังคมไทยรู้รักสามัคคี” และผลงานไม่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดระดับชาติมาก่อน กาตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด ในกรณีจำเป็นผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการปรับรายละเอียด เงื่อนไข โดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบผู้ประกวดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ให้ข้อมูลเท็จ หรือ ละเมิดลิขสิทธิ์การออกแบบของผู้อื่น ผู้จัดขอตัดสิทธิ์ตามความเหมาะสม ผละผลงานที่ได้รับรางวัลทุกชิ้นถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัด
6. รางวัล ผู้ชนะเลิศการประกวดจะได้รับโล่และรางวัล ในวันจัดงานผู้สูงอายุแห่งชาติ วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2553 ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี- รังสิต กรุงเทพมหานคร จากนายกรัฐมนตรีดังนี้
6.1 ภาพยนต์สั้น ระดับนักเรียน / นักศึกษาอายุไม่เกิน 23 ปี
รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 15,000 บาท
รางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 เงินรางวัล 10,000 บาท
รางวัลชนะเลิศ อันดับ 2 เงินรางวัล 7,000 บาท
รางวัลชมเชย เงินรางวัล 5,000 บาท
6.2 ภาพยนต์สั้น ระดับประชาชนทั่วไป ไม่จำกัดอายุ
รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 20,000 บาท
รางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 เงินรางวัล 15,000 บาท
รางวัลชนะเลิศ อันดับ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท
รางวัลชมเชย เงินรางวัล 7,000 บาท
6.3 วีดีโอคลิป ระดับนักเรียน / นักศึกษา อายุไม่เกิน 23 ปี และระดับประชาชนทั่วไป ไม่จำกัดอายุ รางวัลเท่ากันดังนี้
รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 7,000 บาท
รางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 เงินรางวัล 5,000 บาท
รางวัลชนะเลิศ อันดับ 2 เงินรางวัล 3,000 บาท
รางวัลชมเชย เงินรางวัล 2,000 บาท
ทั้งนี้ผู้จัดจะสนับสนุนค่าพาหนะเดินทาง สำหรับผู้เข้ารับรางวัลตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งจะแจ้งรายละเอียดทางเว็บไซด์ www.fopdev.or.th ต่อไป
วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
โครงการฝึกงาน ประเทศอินโดนีเซีย
ด้วยศูนย์การเรียนรู้แบบเปิดของ ซีมีโอ (ซีโมเลค) ประเทศอินโดนีเซีย แจ้งว่าได้จัดให้มีโครงการฝึกงาน (Internship Program) สำหรับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย หรือ วิทยาลัยใน 18 ประเทศ ได้แก่ บรูไน ดารุสซาลาม กัมพูชา ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย ติมอร์ เลสเต เวียดนาม ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมันนี เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ และ เสปน ที่เกี่ยวข้องกับสาขา เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยโครงการดังกล่าวจะจัดขึ้นในปี 2553 ใน 5 ช่วงเวลา คือ
1. กุมภาพันธ์ – มีนาคม
2. เมษายน – พฤษภาคม
3. มิถุนายน – กรกฎาคม
4. สิงหาคม – กันยายน
5. ตุลาคม – พฤศจิกายน
ทั้งนี้ จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการในแต่ละช่วงเวลาจะจำกัดที่จำนวน 10 คน ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องช่วยศูนย์ซีโมเลคในการพัฒนาเกมส์การศึกษาผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ การเรียนรู้ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่และการสร้างภาพเคลื่อนไหว โดยศูนย์ซีโมเลค จะรับผิดชอบเฉพาะค่าที่พัก และค่าอาหารกาลางวันให้กับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับค่าเดินทางระหว่างประเทศและค่าใช้ใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องผุ้เข้าร่วมโครงการจะต้องรับผิดชอบเอง ผุ้สนในสามารถลงทะเบียนสมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://internship.jarc.or.id หรือ Email: aji@seamolec.org และ nanti@seameolec.org โดยรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะประกาศผลทางเว็บไซด์ข้างต้น และแจ้งให้ทราบโดยตรงทาง Email ไปยังผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการดังกล่าว
1. กุมภาพันธ์ – มีนาคม
2. เมษายน – พฤษภาคม
3. มิถุนายน – กรกฎาคม
4. สิงหาคม – กันยายน
5. ตุลาคม – พฤศจิกายน
ทั้งนี้ จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการในแต่ละช่วงเวลาจะจำกัดที่จำนวน 10 คน ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องช่วยศูนย์ซีโมเลคในการพัฒนาเกมส์การศึกษาผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ การเรียนรู้ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่และการสร้างภาพเคลื่อนไหว โดยศูนย์ซีโมเลค จะรับผิดชอบเฉพาะค่าที่พัก และค่าอาหารกาลางวันให้กับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับค่าเดินทางระหว่างประเทศและค่าใช้ใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องผุ้เข้าร่วมโครงการจะต้องรับผิดชอบเอง ผุ้สนในสามารถลงทะเบียนสมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://internship.jarc.or.id หรือ Email: aji@seamolec.org และ nanti@seameolec.org โดยรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะประกาศผลทางเว็บไซด์ข้างต้น และแจ้งให้ทราบโดยตรงทาง Email ไปยังผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการดังกล่าว
วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
โครงการประกวดเรียงความเรื่อง “พลังผู้สูงวัย สร้างสังคมไทยรู้รักสามัคคี" กุมภาพันธ์ 2553
โครงการประกวดเรียงความเรื่อง “พลังผู้สูงวัย สร้างสังคมไทยรู้รักสามัคคี”
จัดโดย สภาสตรีแห่งสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปภัมภ์
ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนูษย์
คุณสมบัติของผู้ส่งผลงานเข้าประกวด
ผู้ส่งเรียงความเข้าประกวดต้องเป็นเด็ก เยาวชนที่กำลังเรียนอยู่ในปีการศึกษา 2552 ซึ่งแบ่งเกณฑ์ตามระดับการศึกษาเป็น 4 ระดับ คือ
1. ระดับประถมศึกษา ช่วงชั้นที่ 2 (ป4-ป6)
2. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ช่วงชั้นที่ 3 ( ม.1-ม.3)
3. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ช่วงชั้นที่ 4 (ม.4-ม.6) และปวช (ปีที่1-3)
4. ระดับอุดมศึกษา ได้แก่ระดับ ปวส. และระดับปริญญาตรี
เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การส่งผลงานเข้าประกวด
1. เขียนเรียงความร้อยแก้วความยาวอย่างน้อย 1 หน้ากระดาษ A4 (ประมาณ 25-30 บรรทัด) เขียนด้วยลายมือของตนเองด้วยตัวบรรจงครึ่งบรรทัดเท่านั้น ยกเว้นผู้พิการที่ไม่สามารถเขียนได้ด้วยตนเองอนุญาตให้พิมพ์ได้โดยระบุความพิการไว้ที่ใบสมัคร (ในกรณีพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ ให้ใช้ตัวอักษร Angsana new ขนาดตัวอักษร 16)
2. ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดสามารถส่งได้เพียงคนละ 1 เรื่องเท่านั้น
3. เรียงความที่ส่งเข้าประกวดต้องเขียนขึ้นเอง โดยไม่คัดลอกหรือดัดแปลงผลงานผู้อื่นและไม่เคยส่งประกวดที่ใดมาก่อน
4. การตัดสินของคณะกรรมการตัดสินถือเป็นที่สุด
5. ผู้จัดประกวดของสงวนสิทธิไม่ส่งผลงานกลับคืนไม่ว่ากรณีใด ๆ และลิขสิทธิ์การตีพิมพ์ผลงานที่ได้รับรางวัลถือเป็นสภาสตรีแห่งชาติฯ ที่จะนำไปเผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์แลสารสนเทศอื่น ๆ ต่อไป
6. ท้ายเรียงความเขียนชื่อ-สกุล (ผู้เขียน) ที่อยู่ พร้อมเบอร์โทรติดต่อกลับที่ชัดเจน
รางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวด : เงินรางวัลพร้อมโล่ หรือเกียรติบัตร รวมเงินรางวัลมูลค่าทั้งสิ้น 55,000 บาท
1. รางวัลที่ 1 จำนวน 4 รางวัล (ระดับละ 1 รางวัล) : รางวัลละ 10,000 บาท รวม 40,000 บาท
2. รางวัลที่ 2 จำนวน 4 รางวัล (ระดับละ 1 รางวัล) : รางวัลละ 7,000 บาท รวม 28,000 บาท
3. รางวัลที่ 3 จำนวน 4 รางวัล (ระดับละ 1 รางวัล) : รางวัลละ 5,000 บาท รวม 20,000 บาท
การส่งเรียงความ:จัดโดย สภาสตรีแห่งสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปภัมภ์
ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนูษย์
คุณสมบัติของผู้ส่งผลงานเข้าประกวด
ผู้ส่งเรียงความเข้าประกวดต้องเป็นเด็ก เยาวชนที่กำลังเรียนอยู่ในปีการศึกษา 2552 ซึ่งแบ่งเกณฑ์ตามระดับการศึกษาเป็น 4 ระดับ คือ
1. ระดับประถมศึกษา ช่วงชั้นที่ 2 (ป4-ป6)
2. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ช่วงชั้นที่ 3 ( ม.1-ม.3)
3. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ช่วงชั้นที่ 4 (ม.4-ม.6) และปวช (ปีที่1-3)
4. ระดับอุดมศึกษา ได้แก่ระดับ ปวส. และระดับปริญญาตรี
เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การส่งผลงานเข้าประกวด
1. เขียนเรียงความร้อยแก้วความยาวอย่างน้อย 1 หน้ากระดาษ A4 (ประมาณ 25-30 บรรทัด) เขียนด้วยลายมือของตนเองด้วยตัวบรรจงครึ่งบรรทัดเท่านั้น ยกเว้นผู้พิการที่ไม่สามารถเขียนได้ด้วยตนเองอนุญาตให้พิมพ์ได้โดยระบุความพิการไว้ที่ใบสมัคร (ในกรณีพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ ให้ใช้ตัวอักษร Angsana new ขนาดตัวอักษร 16)
2. ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดสามารถส่งได้เพียงคนละ 1 เรื่องเท่านั้น
3. เรียงความที่ส่งเข้าประกวดต้องเขียนขึ้นเอง โดยไม่คัดลอกหรือดัดแปลงผลงานผู้อื่นและไม่เคยส่งประกวดที่ใดมาก่อน
4. การตัดสินของคณะกรรมการตัดสินถือเป็นที่สุด
5. ผู้จัดประกวดของสงวนสิทธิไม่ส่งผลงานกลับคืนไม่ว่ากรณีใด ๆ และลิขสิทธิ์การตีพิมพ์ผลงานที่ได้รับรางวัลถือเป็นสภาสตรีแห่งชาติฯ ที่จะนำไปเผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์แลสารสนเทศอื่น ๆ ต่อไป
6. ท้ายเรียงความเขียนชื่อ-สกุล (ผู้เขียน) ที่อยู่ พร้อมเบอร์โทรติดต่อกลับที่ชัดเจน
รางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวด : เงินรางวัลพร้อมโล่ หรือเกียรติบัตร รวมเงินรางวัลมูลค่าทั้งสิ้น 55,000 บาท
1. รางวัลที่ 1 จำนวน 4 รางวัล (ระดับละ 1 รางวัล) : รางวัลละ 10,000 บาท รวม 40,000 บาท
2. รางวัลที่ 2 จำนวน 4 รางวัล (ระดับละ 1 รางวัล) : รางวัลละ 7,000 บาท รวม 28,000 บาท
3. รางวัลที่ 3 จำนวน 4 รางวัล (ระดับละ 1 รางวัล) : รางวัลละ 5,000 บาท รวม 20,000 บาท
ส่งเรียงความพร้อมใบสมัคร ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ณ สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมป์บ้านมนังคศิลา ถนนหลานหลวง เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ คุณจินตนา โทรศัพท์ 02-581-0957, 02-281-0081 โทรสาร 02-281-2189
ประกาศผล วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม 2553 (ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับการติดต่อจากสภาสตรีแห่งชาติฯ)
การรับรางวัล รับรางวัลในงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2553 ณ สโมสรทหารบก ถนน วิภาวดี-รังสิต กรุงเทพฯ
สามารถโหลดโครงการได้ที่นี่ค่ะ
สามารถโหลดใบสมัครได้ที่นี่ค่ะ
วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552
โครงการลมหายใจไร้มลทิน
เนื่องในวโรกาศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมาพรรษาครบ 81 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2552 สำนักงานส่งสเริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชนผู้ด้อยโอกาศ และผู้สูงอายุ (สท.) ร่วมกับบริษัท สื่อสากล จำกัด จัดทำโครงการลมหายใจไร้มลทินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมรณรงค์สร้างเสริมค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์ สุจริตสนองพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการสร้างเคลือข่ายเยาวชน จัดกิจกรรมเสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต และรวมพลังเด็กและเยาวชนให้มีตวามเป็นผู้นำ ในการเสริมสร้างสังคมตลอดจนเป็นแกนนำในการเสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริตสำหรับตนเองและสังคม แบ่งเป็น 5 กิจกรรมได้แก่
1. การประกวดเรียงความ ตามแนวคิด จะคิด ทำ สอนอย่างไร เพื่อเสริมสร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต
2. การประกวดร้องเพลงประกอบดนตรีตามเพลง “ลมหายใจไร้มลทิน”
3. การประกวดภาพวาดศิลปะสะท้อนความซื่อสัตย์สุจริต
4. การประกวดคัดลายมือตามคำร้องเพลง “ลมหายใจไร้มลทิน”
5. การประกวดกิจกรรมรณรงค์เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
สถานที่รับสมัครและส่งผลงาน
สำนักส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สุงอายุ (สท.)
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
618/1 ถนนนิคมมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. 10400
โทร.0-2651-6520 หรื 0-2255-5850-9 ต่อ 123, 155
ทุกวันในเวลาราชการ
ผลการประกวด www.lomhaijai.org
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท สื่อสากล จำกัด โทร 0-2641-84444 ต่อ 215 และ 504
สามารถโหลดใบสมัครและเนื้อร้อง / ทำนอง และดูรายละเอียดเว็บไซด์
www.lomhaijai.org
หรือ www.opp.go.th
หรือ www.oppy.opp.go.th
1. การประกวดเรียงความ ตามแนวคิด จะคิด ทำ สอนอย่างไร เพื่อเสริมสร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต
2. การประกวดร้องเพลงประกอบดนตรีตามเพลง “ลมหายใจไร้มลทิน”
3. การประกวดภาพวาดศิลปะสะท้อนความซื่อสัตย์สุจริต
4. การประกวดคัดลายมือตามคำร้องเพลง “ลมหายใจไร้มลทิน”
5. การประกวดกิจกรรมรณรงค์เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
สถานที่รับสมัครและส่งผลงาน
สำนักส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สุงอายุ (สท.)
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
618/1 ถนนนิคมมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. 10400
โทร.0-2651-6520 หรื 0-2255-5850-9 ต่อ 123, 155
ทุกวันในเวลาราชการ
ผลการประกวด www.lomhaijai.org
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท สื่อสากล จำกัด โทร 0-2641-84444 ต่อ 215 และ 504
สามารถโหลดใบสมัครและเนื้อร้อง / ทำนอง และดูรายละเอียดเว็บไซด์
www.lomhaijai.org
หรือ www.opp.go.th
หรือ www.oppy.opp.go.th
วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
จัดการแข่งขันพูดภาษาอังกฤษในที่ชุมชนระดับชาติ ครั้งที่ 11
ศูนย์ออสเตรเลียศึกษา ร่วมกับ IDP Education Services Co., Ltd โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะจัดการแข่งขันพูดภาษาอังกฤษในที่ชุมชนระดับชาติ ครั้งที่ 11 รอบคัดเลือก (The Eleventh National English Language Speech Competition: Semi Final) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเปิดโอกาสให้นักสึกษาในระดับอุดมศึกษา ได้มีโอกาศพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ โดยในปี 2552 กำหนดจัดการแข่งขันรอบคัดเลือกในระดับภูมิภาคและส่วนกลางในเดือนสิงหาคม-กันยายน 2552 และรอบชิงชนะเลิศในเดือนพฤศจิกายน 2552
โดยสามารถกรอกใบสมัครพร้อมแบบสำรวจคุณสมบัติ ส่งมายังศูนย์ออสเตรเลียศึกษา ทางโทรสารหมายเลข 0 2942 -8174 หรือทางไปรษณีย์ ชั้น 3 อาคารวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 หมดเขตส่งใบสมัคร 1 สัปดาห์ก่อนการแข่งขัน่ของแต่ละสนาม หากมีข้อสงสัยประการใดโปรดติดต่อ นางสาวกรรณิการ์ มาเวช เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ศูนย์ออสเตรเลียศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ 0 2942 8174 และ 0 2942 8021 หรือ อีเมลล์ psd.asc@ku.ac.th
คลิกเปิดใบสมัคร
http://missionpic.blogspot.com/2009/07/blog-post.html
วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
งานประชันกลอนสด ครั้งที่ 19 “สืบศรีกวีศิลป์”
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์จะจัดงานประชันกลอนสด ครั้งที่ 19 “สืบศรีกวีศิลป์” ในวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2552 เพื่อเป็นการดำเนินงานตามภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยในด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เพื่อสนับสนุนให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ได้ฝึกฝน และแสดงความสามารถในการแต่งบทร้อยกรอง ผู้ชนะจะได้รับโล่พระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โล่เกียรติยศของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์และเงินรางวัล
ระเบียบการ
ประเภทการประชันและประกวดกลอนสด
การะประชันกลอนสดและการประกวดบทร้อยกรอง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือนักเรียน และประเภทประชาชน
ประเภทนักเรียน ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 และนักศึกษาสายอาชีวศึกษา ไม่เกินระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) แต่ละโรงเรียนจะส่งนักเรีบนเข้าสมัครประชันกลอนสดได้โรงเรียนละไม่เกิน 2 กลุ่ม
ประเภทประชาชน ได้แก่ นิสิต นักศึกษาในวิทยาลัย มหาวิทยาลัย และประชาชนทั่วไป
ลักษณะการประชันและการประกวด
1 การประชันกลอนสดประเภทนักเรียน จะจัดประชุมเป็นกลุ่มละ 3 คนไม่จำกัดเพศชาย-หญิง
2. การประชันกลอดสดประเภทประชาชน จะจัดปรชันเป็นรายบุคคล ไม่จำกัดเพศชาย-หญิง
3. การประกวดบทร้อยกรอง ทั้งประเภทนักเรียนและประเภทประชาชน จะจัดเป็นประกวดเป็นรายบุคคลส่งประกวดได้คนละ 1 สำนวน โดยใช้ชื่อนามสกุลจริง พร้อมที่อยู่
กิจกรรมการประชันและการประกวด
1 การประชันกลอนสด ทั้งประเภทนักเรียนและประเภทประชาชน ดำเนินโดยการประชันโดยจัดให้มี รอบคัดเลือก 2 รอบต่อเนื่องกัน เพื่อให้ได้ผู้เข้ารอบสุดท้าย 20 กลุ่ม หรือ 20 คน โดยผู้เข้ารอบสุดท้ายจะประชันกันเพื่อชิงรางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล รางวัลรองชนะเลิศ 1 รางวัล และรางวัลชมเชย 5 รางวัล
2 คำประพันธ์ ที่ใช้ในการประชัน ทั้งประเภทนักเรียนและประเภทประชาชน จะใช้กลอนสุภาพ ในแต่ละรอบผู้ประชันต้องเขียนกลอน 2 ญัตติ ความยาว ญัตติละ 2 บท โดยในแต่ละญัตติ ประเภทนักเรียนให้เวลา 10 นาที ประเภทประชาชนใช้เวลา 8 นาที
3. การประกวดบทร้อยกรอง ประเภทนักเรียน กำหนดให้เขียนด้วยกาพย์ยานี ประเภทประชาชน กำหนดให้เขียนเป็น บทกวีวัจนะ โดยกรรมการจะแจกแบบแผนผังบังคับและประกาศหัวข้อให้ทราบก่อนลงมือเขียน ทั้งสองประเภทให้เวลาเขียน 1 ชั่วโมง และนั่งเขียนพร้อมกันในห้องประชุมโดยมีคณะกรรมการกำกับดูแล
หัวข้อเรื่องที่กำหนดในการประชันกลอนสด
หัวข้อเรื่องที่กำหนดในการประชันกลอนสด ทั้งประเภทนักเรียนและประเภทประชาชน เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และปัญหาสังคมทั่วไป เช่น ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา สิ่งแวดล้อม จริยธรรม รวมทั้งแง่คิด ในการดำรงชีวิต
กติการการตัดสิน
1. บทกลอนที่ผิดฉันทลักษณ์สำคัญต่อไปนี้ กรรมการจะไม่นำไปตรวจให้คะแนน
1.1 ไม่มีสัมผัสนอก
1.2 เสียงท้ายวรรคผิด (อาทิ กลอนสุภาพ ท้ายวรรคที่หนึ่งใช้ได้ทุกเสียง ท้ายวรรคที่สองห้ามใช้เสียงสามัญและเสียงตรี ท้ายวรรคที่สามและท้ายวรรคที่สี่ใช้ได้เฉพาะเสียงสามัญและเสียงตรีเท่านั้น)
1.3 ใช้สระเสียงสั้นสัมผัสกับสระเสียงยาวเป็นสัมผัสบังคับ (เช่นใช้ “ใจ” สัมผัสกับ “กาย” )
1.4 เขียนไม่ครบตามบทที่กำหนด
2. บทกลอนที่ไม่ผิดฉันทลักษณ์สำคัญ กรรมการจะนำไปตรวจให้คะแนน โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
2.1 ฉันทลักษณ์ และอักขรวิธี (10 คะแนน)
1) ถ้าเขียนสะกดการันต์ผิด หักคะแนนคำละ 1 คะแนน
2) ถ้าในบทกลอนที่เขียนมีสัมผัสซ้ำ หักคะแนนตำแหน่งละ 5 คะแนน
3) ถ้าในบทกลอนที่เขียนมีสัมผัสเลือน หักคะแนนตำแหน่งละ 2 คะแนน
2.2 ความคิดและเนื้อหา (20 คะแนน)
พิจารณาจากหลักเกณฑ์
1) ตรงประเด็นหรือ ตีญัตติแตก หมายความว่าผู้เขียนจะต้องใช้ญัตติที่กำหนดเป็นแก่นเรื่อง
2) เสนอแนวความคิดเชิงสร้างสรรค์ หมายความว่าเนื้อหาที่ผู้เขียนเสนอนั้นให้แง่คิดที่เป็นประโยชน์ แก่ผู้อ่าน เช่น แง่คิดในการดำรงชีวิต การเข้าใจสังคม การปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ฯลฯ
3) เสนอแนวความคิดที่แปลกใหม่ หมายถึงแนวความคิดที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง เป็นแนวคิดที่มีเหตุผล และอยุ่ในขอบเขตของญัตติ
2.3 กวีโวหาร ( 20 คะแนน)
1) มีสัมผัสราบรื่น อ่านแล้วเกิดความไพเราะ
2) การใช้โวหารต่าง ๆ ส่งเสริมเนื้อหาให้มีความหมายลึกซึ้งกินใจ เช่น การกล่าวเปรียบเทียบและการใช้บุคลาธิษฐาน เป็นต้น
3) การเล่นสระและอักษรหรือเล่นคำที่ช่วยให้คำประพันธ์ มีความไพเราะยิ่งขึ้น
กรรมการตัดสินแต่ละชุดในแต่ละญัตติมี 3 คน กรรมการแต่ละคนรับผิดชอบให้คะแนนทั้งหมดตามกติกา
การรับสมัคร
ประชันกลอดสดประเภทนักเรียน ต้องเขียนใบสมัครส่งไปที่ศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ถนน ประชาชื่น แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 ภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2552 โดยระบุชื่อ โรงเรียนและแจ้งชื่อนักเรียนที่จะเข้าแข่งขันให้ครบกลุ่มละ 3 คน พร้อมทั้งลงชื่ออาจารย์ผุ้รับรองด้วย แต่ละโรงเรียนสามารถส่งนักเรียนเข้าแข่งขันได้ไม่เกิน 2 กลุ่ม
ประชันกลอนสดประเภทประชาชน แจ้งความประสงค์ สมัครเข้าแข่งขันกลอนสด ได้ทั้งทางจดหมาย และทางโทรศัพท์ โดยระบุชื่อและที่อยู่ให้ชัดเจน ภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2552 (ไม่รับสมัครวันงาน)
ติดต่อสมัครได้ที่ ศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ถนนประชาชื่น แขวงทุ่งสองห้อง
เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 02-954-7300 ถึง 29 ต่อ 544, 549, 352
โทรสาร 02-589-6513l
การประกวดบทร้อยกรอง สมัครได้ในวันงาน
วันเวลาที่จัดงาน
วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 8.30 ถึงเวลาประมาณ 17.00 ทั้งนี้จะประกาศผลและมอบรางวัลให้เสร็จในวันเดียวกัน
สถานที่จัดงาน
ห้องประชุมปรีดีย์ พนมยงค์ ชั้น 6 อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ถนนประชาชื่น แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 ขอให้ผู้สมัครเข้าประชันกลอนสดและประกวดบทร้อยกรองทุกประเภทไปลงทะเบียนรายงานตัวต่อคณะกรรมการ ณ สถานที่จัดงานก่อนเวลา 8.00 น.
ระเบียบการ
ประเภทการประชันและประกวดกลอนสด
การะประชันกลอนสดและการประกวดบทร้อยกรอง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือนักเรียน และประเภทประชาชน
ประเภทนักเรียน ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 และนักศึกษาสายอาชีวศึกษา ไม่เกินระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) แต่ละโรงเรียนจะส่งนักเรีบนเข้าสมัครประชันกลอนสดได้โรงเรียนละไม่เกิน 2 กลุ่ม
ประเภทประชาชน ได้แก่ นิสิต นักศึกษาในวิทยาลัย มหาวิทยาลัย และประชาชนทั่วไป
ลักษณะการประชันและการประกวด
1 การประชันกลอนสดประเภทนักเรียน จะจัดประชุมเป็นกลุ่มละ 3 คนไม่จำกัดเพศชาย-หญิง
2. การประชันกลอดสดประเภทประชาชน จะจัดปรชันเป็นรายบุคคล ไม่จำกัดเพศชาย-หญิง
3. การประกวดบทร้อยกรอง ทั้งประเภทนักเรียนและประเภทประชาชน จะจัดเป็นประกวดเป็นรายบุคคลส่งประกวดได้คนละ 1 สำนวน โดยใช้ชื่อนามสกุลจริง พร้อมที่อยู่
กิจกรรมการประชันและการประกวด
1 การประชันกลอนสด ทั้งประเภทนักเรียนและประเภทประชาชน ดำเนินโดยการประชันโดยจัดให้มี รอบคัดเลือก 2 รอบต่อเนื่องกัน เพื่อให้ได้ผู้เข้ารอบสุดท้าย 20 กลุ่ม หรือ 20 คน โดยผู้เข้ารอบสุดท้ายจะประชันกันเพื่อชิงรางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล รางวัลรองชนะเลิศ 1 รางวัล และรางวัลชมเชย 5 รางวัล
2 คำประพันธ์ ที่ใช้ในการประชัน ทั้งประเภทนักเรียนและประเภทประชาชน จะใช้กลอนสุภาพ ในแต่ละรอบผู้ประชันต้องเขียนกลอน 2 ญัตติ ความยาว ญัตติละ 2 บท โดยในแต่ละญัตติ ประเภทนักเรียนให้เวลา 10 นาที ประเภทประชาชนใช้เวลา 8 นาที
3. การประกวดบทร้อยกรอง ประเภทนักเรียน กำหนดให้เขียนด้วยกาพย์ยานี ประเภทประชาชน กำหนดให้เขียนเป็น บทกวีวัจนะ โดยกรรมการจะแจกแบบแผนผังบังคับและประกาศหัวข้อให้ทราบก่อนลงมือเขียน ทั้งสองประเภทให้เวลาเขียน 1 ชั่วโมง และนั่งเขียนพร้อมกันในห้องประชุมโดยมีคณะกรรมการกำกับดูแล
หัวข้อเรื่องที่กำหนดในการประชันกลอนสด
หัวข้อเรื่องที่กำหนดในการประชันกลอนสด ทั้งประเภทนักเรียนและประเภทประชาชน เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และปัญหาสังคมทั่วไป เช่น ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา สิ่งแวดล้อม จริยธรรม รวมทั้งแง่คิด ในการดำรงชีวิต
กติการการตัดสิน
1. บทกลอนที่ผิดฉันทลักษณ์สำคัญต่อไปนี้ กรรมการจะไม่นำไปตรวจให้คะแนน
1.1 ไม่มีสัมผัสนอก
1.2 เสียงท้ายวรรคผิด (อาทิ กลอนสุภาพ ท้ายวรรคที่หนึ่งใช้ได้ทุกเสียง ท้ายวรรคที่สองห้ามใช้เสียงสามัญและเสียงตรี ท้ายวรรคที่สามและท้ายวรรคที่สี่ใช้ได้เฉพาะเสียงสามัญและเสียงตรีเท่านั้น)
1.3 ใช้สระเสียงสั้นสัมผัสกับสระเสียงยาวเป็นสัมผัสบังคับ (เช่นใช้ “ใจ” สัมผัสกับ “กาย” )
1.4 เขียนไม่ครบตามบทที่กำหนด
2. บทกลอนที่ไม่ผิดฉันทลักษณ์สำคัญ กรรมการจะนำไปตรวจให้คะแนน โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
2.1 ฉันทลักษณ์ และอักขรวิธี (10 คะแนน)
1) ถ้าเขียนสะกดการันต์ผิด หักคะแนนคำละ 1 คะแนน
2) ถ้าในบทกลอนที่เขียนมีสัมผัสซ้ำ หักคะแนนตำแหน่งละ 5 คะแนน
3) ถ้าในบทกลอนที่เขียนมีสัมผัสเลือน หักคะแนนตำแหน่งละ 2 คะแนน
2.2 ความคิดและเนื้อหา (20 คะแนน)
พิจารณาจากหลักเกณฑ์
1) ตรงประเด็นหรือ ตีญัตติแตก หมายความว่าผู้เขียนจะต้องใช้ญัตติที่กำหนดเป็นแก่นเรื่อง
2) เสนอแนวความคิดเชิงสร้างสรรค์ หมายความว่าเนื้อหาที่ผู้เขียนเสนอนั้นให้แง่คิดที่เป็นประโยชน์ แก่ผู้อ่าน เช่น แง่คิดในการดำรงชีวิต การเข้าใจสังคม การปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ฯลฯ
3) เสนอแนวความคิดที่แปลกใหม่ หมายถึงแนวความคิดที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง เป็นแนวคิดที่มีเหตุผล และอยุ่ในขอบเขตของญัตติ
2.3 กวีโวหาร ( 20 คะแนน)
1) มีสัมผัสราบรื่น อ่านแล้วเกิดความไพเราะ
2) การใช้โวหารต่าง ๆ ส่งเสริมเนื้อหาให้มีความหมายลึกซึ้งกินใจ เช่น การกล่าวเปรียบเทียบและการใช้บุคลาธิษฐาน เป็นต้น
3) การเล่นสระและอักษรหรือเล่นคำที่ช่วยให้คำประพันธ์ มีความไพเราะยิ่งขึ้น
กรรมการตัดสินแต่ละชุดในแต่ละญัตติมี 3 คน กรรมการแต่ละคนรับผิดชอบให้คะแนนทั้งหมดตามกติกา
การรับสมัคร
ประชันกลอดสดประเภทนักเรียน ต้องเขียนใบสมัครส่งไปที่ศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ถนน ประชาชื่น แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 ภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2552 โดยระบุชื่อ โรงเรียนและแจ้งชื่อนักเรียนที่จะเข้าแข่งขันให้ครบกลุ่มละ 3 คน พร้อมทั้งลงชื่ออาจารย์ผุ้รับรองด้วย แต่ละโรงเรียนสามารถส่งนักเรียนเข้าแข่งขันได้ไม่เกิน 2 กลุ่ม
ประชันกลอนสดประเภทประชาชน แจ้งความประสงค์ สมัครเข้าแข่งขันกลอนสด ได้ทั้งทางจดหมาย และทางโทรศัพท์ โดยระบุชื่อและที่อยู่ให้ชัดเจน ภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2552 (ไม่รับสมัครวันงาน)
ติดต่อสมัครได้ที่ ศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ถนนประชาชื่น แขวงทุ่งสองห้อง
เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 02-954-7300 ถึง 29 ต่อ 544, 549, 352
โทรสาร 02-589-6513l
การประกวดบทร้อยกรอง สมัครได้ในวันงาน
วันเวลาที่จัดงาน
วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 8.30 ถึงเวลาประมาณ 17.00 ทั้งนี้จะประกาศผลและมอบรางวัลให้เสร็จในวันเดียวกัน
สถานที่จัดงาน
ห้องประชุมปรีดีย์ พนมยงค์ ชั้น 6 อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ถนนประชาชื่น แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 ขอให้ผู้สมัครเข้าประชันกลอนสดและประกวดบทร้อยกรองทุกประเภทไปลงทะเบียนรายงานตัวต่อคณะกรรมการ ณ สถานที่จัดงานก่อนเวลา 8.00 น.
โครงการมาร่วมสร้างสรรค์ความสุขให้ สังคมไทย
ขอเชิญส่งโครงการมาร่วมสร้างสรรค์ความสุขให้ สังคมไทย ได้ตั้งแต่วันนี้ – 14 สิงหาคม 2552 38 โครงการที่ผ่านการคัดเลือก จะได้รับเงินทุนสนับสนุนการทำโครงการตามความเป็นจริงและความเหมาะสม สูงสุดไม่เกิน 160,000 ต่อโครงการ
สนใจติดต่อ เครือข่ายพุทธิกา เพื่อพุทธศาสนาและสังคม
เว็บไซด์ : www.budnet.org
โทร : o-2424-7409 , 08-0450-8890
อีเมลล์ : b_netmail@yahoo.com
90 ซ. อยู่ออมสิน ถ.จรัญสนิทวงศ์ 40 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. 10700
ลักษณะของโครงการที่จะขอทุน (เปิดรับโครงการจากทุกศาสนา)
ก. เป็นกิจกรรมมุ่งสร้างเสริมทัศนคติอันดีงาม 4 ประการ ได้แก่
a. คิดถึงผู้อื่นมากกว่าตนเอง
b. ไม่พึ่งพิงความสุขทางวัตถุอย่างเดียว
c. เชื่อมั่นในความเพียรของตน ไม่หวังลาภลอย คอยโชค
d. รู้จักคิดอย่างมีเหตุผลและเป็นประโยชน์ เกื้อกูล
ข. เป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดผลครบทั้ง 2 ส่วน คือ
a. คนที่เข่าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้และมีการเปลี่ยนแปลงทัศนคติหรือพฤติกรรมตามข้อ ก
b. ก่อให้เกิดประโยชน์ ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนต่อส่วนรวม (โครงการที่ได้รับการพิจารณาจะต้องมีองค์ประกอบ ครบทั้ง 2 ส่วน จะมีเสียงส่วนใดส่วนเดียวไม่ได้
ค. เป็นกิจกรรมที่สร้างเสริมสุขภาวะทางปัญญา (สุขเท้ด้วยปัญญา) ไม่จำกัดรูปแบบกิจกรรม (ยกเว้นงานค่ายอาสาพัฒนาแบบปกติทั่วไป, กิจกรรมบวชสามเณร)
ง. กิจกรรมไม่จำเป็นต้องอิงรูปแบบหรือพิธีกรรมทางศาสนา
จ. ระยะเวลาให้จัดดำเนินการระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม 52 – 25 มกราคม 2553
ฉ. เป็นกิจกรรมที่ทำต่อเนื่องมากกว่า 1 ครั้ง (ทำซ้ำกลุ่มเป้าหมายเดิม) หรือจัดเพียง 1 ครั้ง (ไม่น้อยกว่า 5 วัน 4 คืน ) ก็ได้ จำนวนผู้เข้าร่วมรวมไม่น้อยกว่า 35 คน โดยเน้นผู้เข้าร่วมเป็นเยาชน
ช. กรณีผู้ขอทุนที่ไม่ใช่องค์กรหรือหน่วยงาน ก็สามารถทำโครงการได้ ทั้งนี้ต้องมีคณะผู้รับผิดชอบและดำเนินโครงการ เป็นนทีมอย่างน้อย 5 คน และที่ปรึกษา 1 คน
ซ. เป็นโครงการทีปลอดเหล้าและบุหรี่
ประกวดคลิปวีดีโอ สุขแท้ด้วยปัญญา
เป็นคลิปเหตุการณ์จริง ประสบการณ์ตรง หรือเรื่องเล่า
ส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2553 ประกาศผลภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 ทาง www.budnet.org
ส่งเป็นไฟล์ วีดีโอ ที่ถ่ายทำจากกล้องโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรือกล้องถ่ายวีดีโอ บันทึกมาในแผ่นดีวีดี ความยาวไม่เกิน 4 นาที โดยให้ตั้งชื่อคลิปและอธิบายสรุปว่าคลิปวีดีโอต้องการสื่อเรื่องอะไร ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4
ส่งประกวดรายบุคคลหรือทีมก็ได้ (ไม่จำกัดอายุ เพศ และจำนวนผลงานที่ส่ง)
คลิปวีดีโอที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่เคยผ่านการประกวดมาก่อนหรือ คัดลอกมาจากอินเตอร์เน็ต หรือเป็นลิขสิทธิ์ของผุ้อื่น
ผู้เข้าประกวดอนุญาตให้ทางโครงการ เผยแพร่คลิปวีดีโอต่อสาธารณชน และไม่ต้องส่งคลิปวีดีโอคืนแก่เจ้าของผลงาน
รางวัลดีเด่น 3 รางวัล ๆ ละ 20,000 รางวัลสร้างสรรค์ 4 รางวัล ๆ ละ 10,000 รางวัลประทับใจผุ้ชม 3 รางวัล ๆ ละ 10,000
สนใจติดต่อ เครือข่ายพุทธิกา เพื่อพุทธศาสนาและสังคม
เว็บไซด์ : www.budnet.org
โทร : o-2424-7409 , 08-0450-8890
อีเมลล์ : b_netmail@yahoo.com
90 ซ. อยู่ออมสิน ถ.จรัญสนิทวงศ์ 40 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. 10700
ลักษณะของโครงการที่จะขอทุน (เปิดรับโครงการจากทุกศาสนา)
ก. เป็นกิจกรรมมุ่งสร้างเสริมทัศนคติอันดีงาม 4 ประการ ได้แก่
a. คิดถึงผู้อื่นมากกว่าตนเอง
b. ไม่พึ่งพิงความสุขทางวัตถุอย่างเดียว
c. เชื่อมั่นในความเพียรของตน ไม่หวังลาภลอย คอยโชค
d. รู้จักคิดอย่างมีเหตุผลและเป็นประโยชน์ เกื้อกูล
ข. เป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดผลครบทั้ง 2 ส่วน คือ
a. คนที่เข่าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้และมีการเปลี่ยนแปลงทัศนคติหรือพฤติกรรมตามข้อ ก
b. ก่อให้เกิดประโยชน์ ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนต่อส่วนรวม (โครงการที่ได้รับการพิจารณาจะต้องมีองค์ประกอบ ครบทั้ง 2 ส่วน จะมีเสียงส่วนใดส่วนเดียวไม่ได้
ค. เป็นกิจกรรมที่สร้างเสริมสุขภาวะทางปัญญา (สุขเท้ด้วยปัญญา) ไม่จำกัดรูปแบบกิจกรรม (ยกเว้นงานค่ายอาสาพัฒนาแบบปกติทั่วไป, กิจกรรมบวชสามเณร)
ง. กิจกรรมไม่จำเป็นต้องอิงรูปแบบหรือพิธีกรรมทางศาสนา
จ. ระยะเวลาให้จัดดำเนินการระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม 52 – 25 มกราคม 2553
ฉ. เป็นกิจกรรมที่ทำต่อเนื่องมากกว่า 1 ครั้ง (ทำซ้ำกลุ่มเป้าหมายเดิม) หรือจัดเพียง 1 ครั้ง (ไม่น้อยกว่า 5 วัน 4 คืน ) ก็ได้ จำนวนผู้เข้าร่วมรวมไม่น้อยกว่า 35 คน โดยเน้นผู้เข้าร่วมเป็นเยาชน
ช. กรณีผู้ขอทุนที่ไม่ใช่องค์กรหรือหน่วยงาน ก็สามารถทำโครงการได้ ทั้งนี้ต้องมีคณะผู้รับผิดชอบและดำเนินโครงการ เป็นนทีมอย่างน้อย 5 คน และที่ปรึกษา 1 คน
ซ. เป็นโครงการทีปลอดเหล้าและบุหรี่
ประกวดคลิปวีดีโอ สุขแท้ด้วยปัญญา
เป็นคลิปเหตุการณ์จริง ประสบการณ์ตรง หรือเรื่องเล่า
ส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2553 ประกาศผลภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 ทาง www.budnet.org
ส่งเป็นไฟล์ วีดีโอ ที่ถ่ายทำจากกล้องโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรือกล้องถ่ายวีดีโอ บันทึกมาในแผ่นดีวีดี ความยาวไม่เกิน 4 นาที โดยให้ตั้งชื่อคลิปและอธิบายสรุปว่าคลิปวีดีโอต้องการสื่อเรื่องอะไร ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4
ส่งประกวดรายบุคคลหรือทีมก็ได้ (ไม่จำกัดอายุ เพศ และจำนวนผลงานที่ส่ง)
คลิปวีดีโอที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่เคยผ่านการประกวดมาก่อนหรือ คัดลอกมาจากอินเตอร์เน็ต หรือเป็นลิขสิทธิ์ของผุ้อื่น
ผู้เข้าประกวดอนุญาตให้ทางโครงการ เผยแพร่คลิปวีดีโอต่อสาธารณชน และไม่ต้องส่งคลิปวีดีโอคืนแก่เจ้าของผลงาน
รางวัลดีเด่น 3 รางวัล ๆ ละ 20,000 รางวัลสร้างสรรค์ 4 รางวัล ๆ ละ 10,000 รางวัลประทับใจผุ้ชม 3 รางวัล ๆ ละ 10,000
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

