ด้วยสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผุ้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นองค์กรหลักในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วงงานภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ให้มีส่วนร่วมในการจัดงานวันผู้สุงอายุแห่งชาติ สำหรับในปี พ.ศ. 2553 นี้ คณะอนุกรรมการจัดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ กำหนดหัวข้อการจัดงานว่า “พลังผู้สูงวันสร้างสังคมไทยรู้รักสามัคคี” และได้กราบเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2553 ณ สโมสรทหารบกถนนวิภาวดี-รังสิต กรุงเทพมหานคร
เพื่อรณรงค์ให้สังคมตระหนักในคุณค่าความสำคัญของผู้สุงอายุโดยเฉพาะประเด็นการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุต่อสังคม ในโอกาสใน สท. ร่วมกับกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ UNFPA มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ และบริษัทบาแรมยู จำกัด จึงจัดการประกวดภายนต์สั้นความยาวไม่เกิน 8 นาที และประกวดวีดีโอคลิป ความยาวไม่เกิน 30 วินาที โดยแบ่งระดับผู้ส่งผลงานเข้าประกวดเป็น 2 ระดับ คือนักเรียน/นักศึกษา อายุไม่เกิน 23 ปี และระดับประชาชน ไม่จำกัดอายุ หัวข้อการประกวดคือ “พลังผู้สูงวัยสร้างสังคมไทยรู้รักสามัคคี”
โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความตนักแต่สังคมในประเด็นการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุต่อสังคม ผู้ชนะเลิศการประกวดเข้ารับโล่และด้วยสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผุ้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นองค์กรหลักในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วงงานภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ให้มีส่วนร่วมในการจัดงานวันผู้สุงอายุแห่งชาติ สำหรับในปี พ.ศ. 2553 นี้ คณะอนุกรรมการจัดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ กำหนดหัวข้อการจัดงานว่า “พลังผู้สูงวันสร้างสังคมไทยรู้รักสามัคคี” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความตนักแต่สังคมในประเด็นการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุต่อสังคม ผู้ชนะเลิศการประกวดเข้ารับโล่และรางวัลจานายกรัฐมนตรีในงานผู้สูงอายุแห่งชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 6 เมษายน 2553 ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี-รังสิต กรุงเทพมหานคร
1. ประเภทการประกวด
1.1 ภาพยนต์สั้น ความยาวรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 8 นาที
1.2 วีดีโอคลิป ความยาวรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 30 วินาที
2. ผู้ส่งผลงานเข้าประกวด
2.1 ระดับนักเรียน / นักศึกษา อายุไม่เกิน 23 ปี ให้ส่งบัตรนักเรียน/นักศึกษา พร้อมผลงานที่ส่งเข้าประกวด กรณีไม่มีบัตรให้เขียนชื่อ ที่ตั้งสถานศึกษา หมายเลขโทรศัพท์สถานศึกษา
2.2 ระดับประชาชนทั่วไป ไม่จำกัดอายุ ให้ส่งบัตรแสดงตนที่ทางราชการออกให้ พร้อมผลงานที่ส่งเข้าประกวด
3. การสมัคร
ผู้ประสงค์จะส่งผลงานเข้าประกวด สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://shortfilms.fopdev.or.th ส่งใบสมัครไปยังมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ เลขที่ 388 (6) ซอย 17 ถนนนิมานเหมินท์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200 หรือทาง Email shortfilms@fopdev.or.th ได้ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นต้นไป สำหรับภาพยนต์สั้น ผู้ส่งใบสมัครก่อนจะได้รับการพิจารณาให้เข้ารับการแนะแนว (Workshop) ระยะสั้น จำนวนจำกัด เพียงหนึ่งรุ่น โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ นายเจนวิทย์ วิโสจสงครามตามที่อยู่ข้างต้น หมายเลขโทรศัพท์ 053-894-085 053-215-676 โทรสาร053-224-616 ติดตามรายละเอียด การประกวดและความก้าวหน้าของการประกวดได้ที่ http://twitter.com/NDOP 2010 ส่งผลงานการเข้าประกวดไปยังมูลนิธิฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 1-26 มีนาคม 2553 โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์หรือวันรับ Email เป็นสำคัญ
4. รูปแบบของผลงานที่ส่งเข้าประกวด
4.1 ภาพยนต์สั้น จัดส่งในรูปแบบ DVD มาตรฐานที่สามารถเปิดรับชมได้จากเครื่องเล่น DVD ทั่วไป
4.2 วีดีโอคลิป จัดส่งในรูปแบบไฟล์มาตรฐาน เช่น 3gp, avi, .wmv, .mp4 หรือ รูปแบบที่สามารถเปิดบนคอมพิวเตอร์ได้
5. การตัดสิน
ตัดสินการประกวดภาพยนต์สั้นและวีดีโอคลิป โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านผู้สูงอายุแลภาพยนตร์ ภายในวันที่ 30 มีนาคม 2553 และจะประกาศผลทางสื่อสารธารณะให้ทราบในวันถัดไป
ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องแสดงออกซึ่งความมีจริยธรรมและทัศนคติที่ดีต่อสังคม ไม่พาดพิงล่วงละเมิดผู้อื่น เป็นผลงานที่ผู้ประกวดผลิตขึ้นเอง ภายใต้แนวคิด “พลังผู้สูงวัย สร้างสังคมไทยรู้รักสามัคคี” และผลงานไม่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดระดับชาติมาก่อน กาตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด ในกรณีจำเป็นผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการปรับรายละเอียด เงื่อนไข โดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบผู้ประกวดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ให้ข้อมูลเท็จ หรือ ละเมิดลิขสิทธิ์การออกแบบของผู้อื่น ผู้จัดขอตัดสิทธิ์ตามความเหมาะสม ผละผลงานที่ได้รับรางวัลทุกชิ้นถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัด
6. รางวัล ผู้ชนะเลิศการประกวดจะได้รับโล่และรางวัล ในวันจัดงานผู้สูงอายุแห่งชาติ วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2553 ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี- รังสิต กรุงเทพมหานคร จากนายกรัฐมนตรีดังนี้
6.1 ภาพยนต์สั้น ระดับนักเรียน / นักศึกษาอายุไม่เกิน 23 ปี
รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 15,000 บาท
รางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 เงินรางวัล 10,000 บาท
รางวัลชนะเลิศ อันดับ 2 เงินรางวัล 7,000 บาท
รางวัลชมเชย เงินรางวัล 5,000 บาท
6.2 ภาพยนต์สั้น ระดับประชาชนทั่วไป ไม่จำกัดอายุ
รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 20,000 บาท
รางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 เงินรางวัล 15,000 บาท
รางวัลชนะเลิศ อันดับ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท
รางวัลชมเชย เงินรางวัล 7,000 บาท
6.3 วีดีโอคลิป ระดับนักเรียน / นักศึกษา อายุไม่เกิน 23 ปี และระดับประชาชนทั่วไป ไม่จำกัดอายุ รางวัลเท่ากันดังนี้
รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 7,000 บาท
รางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 เงินรางวัล 5,000 บาท
รางวัลชนะเลิศ อันดับ 2 เงินรางวัล 3,000 บาท
รางวัลชมเชย เงินรางวัล 2,000 บาท
ทั้งนี้ผู้จัดจะสนับสนุนค่าพาหนะเดินทาง สำหรับผู้เข้ารับรางวัลตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งจะแจ้งรายละเอียดทางเว็บไซด์ www.fopdev.or.th ต่อไป
วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
โครงการฝึกงาน ประเทศอินโดนีเซีย
ด้วยศูนย์การเรียนรู้แบบเปิดของ ซีมีโอ (ซีโมเลค) ประเทศอินโดนีเซีย แจ้งว่าได้จัดให้มีโครงการฝึกงาน (Internship Program) สำหรับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย หรือ วิทยาลัยใน 18 ประเทศ ได้แก่ บรูไน ดารุสซาลาม กัมพูชา ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย ติมอร์ เลสเต เวียดนาม ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมันนี เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ และ เสปน ที่เกี่ยวข้องกับสาขา เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยโครงการดังกล่าวจะจัดขึ้นในปี 2553 ใน 5 ช่วงเวลา คือ
1. กุมภาพันธ์ – มีนาคม
2. เมษายน – พฤษภาคม
3. มิถุนายน – กรกฎาคม
4. สิงหาคม – กันยายน
5. ตุลาคม – พฤศจิกายน
ทั้งนี้ จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการในแต่ละช่วงเวลาจะจำกัดที่จำนวน 10 คน ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องช่วยศูนย์ซีโมเลคในการพัฒนาเกมส์การศึกษาผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ การเรียนรู้ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่และการสร้างภาพเคลื่อนไหว โดยศูนย์ซีโมเลค จะรับผิดชอบเฉพาะค่าที่พัก และค่าอาหารกาลางวันให้กับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับค่าเดินทางระหว่างประเทศและค่าใช้ใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องผุ้เข้าร่วมโครงการจะต้องรับผิดชอบเอง ผุ้สนในสามารถลงทะเบียนสมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://internship.jarc.or.id หรือ Email: aji@seamolec.org และ nanti@seameolec.org โดยรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะประกาศผลทางเว็บไซด์ข้างต้น และแจ้งให้ทราบโดยตรงทาง Email ไปยังผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการดังกล่าว
1. กุมภาพันธ์ – มีนาคม
2. เมษายน – พฤษภาคม
3. มิถุนายน – กรกฎาคม
4. สิงหาคม – กันยายน
5. ตุลาคม – พฤศจิกายน
ทั้งนี้ จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการในแต่ละช่วงเวลาจะจำกัดที่จำนวน 10 คน ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องช่วยศูนย์ซีโมเลคในการพัฒนาเกมส์การศึกษาผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ การเรียนรู้ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่และการสร้างภาพเคลื่อนไหว โดยศูนย์ซีโมเลค จะรับผิดชอบเฉพาะค่าที่พัก และค่าอาหารกาลางวันให้กับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับค่าเดินทางระหว่างประเทศและค่าใช้ใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องผุ้เข้าร่วมโครงการจะต้องรับผิดชอบเอง ผุ้สนในสามารถลงทะเบียนสมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://internship.jarc.or.id หรือ Email: aji@seamolec.org และ nanti@seameolec.org โดยรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะประกาศผลทางเว็บไซด์ข้างต้น และแจ้งให้ทราบโดยตรงทาง Email ไปยังผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการดังกล่าว
วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
โครงการประกวดเรียงความเรื่อง “พลังผู้สูงวัย สร้างสังคมไทยรู้รักสามัคคี" กุมภาพันธ์ 2553
โครงการประกวดเรียงความเรื่อง “พลังผู้สูงวัย สร้างสังคมไทยรู้รักสามัคคี”
จัดโดย สภาสตรีแห่งสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปภัมภ์
ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนูษย์
คุณสมบัติของผู้ส่งผลงานเข้าประกวด
ผู้ส่งเรียงความเข้าประกวดต้องเป็นเด็ก เยาวชนที่กำลังเรียนอยู่ในปีการศึกษา 2552 ซึ่งแบ่งเกณฑ์ตามระดับการศึกษาเป็น 4 ระดับ คือ
1. ระดับประถมศึกษา ช่วงชั้นที่ 2 (ป4-ป6)
2. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ช่วงชั้นที่ 3 ( ม.1-ม.3)
3. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ช่วงชั้นที่ 4 (ม.4-ม.6) และปวช (ปีที่1-3)
4. ระดับอุดมศึกษา ได้แก่ระดับ ปวส. และระดับปริญญาตรี
เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การส่งผลงานเข้าประกวด
1. เขียนเรียงความร้อยแก้วความยาวอย่างน้อย 1 หน้ากระดาษ A4 (ประมาณ 25-30 บรรทัด) เขียนด้วยลายมือของตนเองด้วยตัวบรรจงครึ่งบรรทัดเท่านั้น ยกเว้นผู้พิการที่ไม่สามารถเขียนได้ด้วยตนเองอนุญาตให้พิมพ์ได้โดยระบุความพิการไว้ที่ใบสมัคร (ในกรณีพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ ให้ใช้ตัวอักษร Angsana new ขนาดตัวอักษร 16)
2. ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดสามารถส่งได้เพียงคนละ 1 เรื่องเท่านั้น
3. เรียงความที่ส่งเข้าประกวดต้องเขียนขึ้นเอง โดยไม่คัดลอกหรือดัดแปลงผลงานผู้อื่นและไม่เคยส่งประกวดที่ใดมาก่อน
4. การตัดสินของคณะกรรมการตัดสินถือเป็นที่สุด
5. ผู้จัดประกวดของสงวนสิทธิไม่ส่งผลงานกลับคืนไม่ว่ากรณีใด ๆ และลิขสิทธิ์การตีพิมพ์ผลงานที่ได้รับรางวัลถือเป็นสภาสตรีแห่งชาติฯ ที่จะนำไปเผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์แลสารสนเทศอื่น ๆ ต่อไป
6. ท้ายเรียงความเขียนชื่อ-สกุล (ผู้เขียน) ที่อยู่ พร้อมเบอร์โทรติดต่อกลับที่ชัดเจน
รางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวด : เงินรางวัลพร้อมโล่ หรือเกียรติบัตร รวมเงินรางวัลมูลค่าทั้งสิ้น 55,000 บาท
1. รางวัลที่ 1 จำนวน 4 รางวัล (ระดับละ 1 รางวัล) : รางวัลละ 10,000 บาท รวม 40,000 บาท
2. รางวัลที่ 2 จำนวน 4 รางวัล (ระดับละ 1 รางวัล) : รางวัลละ 7,000 บาท รวม 28,000 บาท
3. รางวัลที่ 3 จำนวน 4 รางวัล (ระดับละ 1 รางวัล) : รางวัลละ 5,000 บาท รวม 20,000 บาท
การส่งเรียงความ:จัดโดย สภาสตรีแห่งสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปภัมภ์
ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนูษย์
คุณสมบัติของผู้ส่งผลงานเข้าประกวด
ผู้ส่งเรียงความเข้าประกวดต้องเป็นเด็ก เยาวชนที่กำลังเรียนอยู่ในปีการศึกษา 2552 ซึ่งแบ่งเกณฑ์ตามระดับการศึกษาเป็น 4 ระดับ คือ
1. ระดับประถมศึกษา ช่วงชั้นที่ 2 (ป4-ป6)
2. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ช่วงชั้นที่ 3 ( ม.1-ม.3)
3. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ช่วงชั้นที่ 4 (ม.4-ม.6) และปวช (ปีที่1-3)
4. ระดับอุดมศึกษา ได้แก่ระดับ ปวส. และระดับปริญญาตรี
เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การส่งผลงานเข้าประกวด
1. เขียนเรียงความร้อยแก้วความยาวอย่างน้อย 1 หน้ากระดาษ A4 (ประมาณ 25-30 บรรทัด) เขียนด้วยลายมือของตนเองด้วยตัวบรรจงครึ่งบรรทัดเท่านั้น ยกเว้นผู้พิการที่ไม่สามารถเขียนได้ด้วยตนเองอนุญาตให้พิมพ์ได้โดยระบุความพิการไว้ที่ใบสมัคร (ในกรณีพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ ให้ใช้ตัวอักษร Angsana new ขนาดตัวอักษร 16)
2. ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดสามารถส่งได้เพียงคนละ 1 เรื่องเท่านั้น
3. เรียงความที่ส่งเข้าประกวดต้องเขียนขึ้นเอง โดยไม่คัดลอกหรือดัดแปลงผลงานผู้อื่นและไม่เคยส่งประกวดที่ใดมาก่อน
4. การตัดสินของคณะกรรมการตัดสินถือเป็นที่สุด
5. ผู้จัดประกวดของสงวนสิทธิไม่ส่งผลงานกลับคืนไม่ว่ากรณีใด ๆ และลิขสิทธิ์การตีพิมพ์ผลงานที่ได้รับรางวัลถือเป็นสภาสตรีแห่งชาติฯ ที่จะนำไปเผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์แลสารสนเทศอื่น ๆ ต่อไป
6. ท้ายเรียงความเขียนชื่อ-สกุล (ผู้เขียน) ที่อยู่ พร้อมเบอร์โทรติดต่อกลับที่ชัดเจน
รางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวด : เงินรางวัลพร้อมโล่ หรือเกียรติบัตร รวมเงินรางวัลมูลค่าทั้งสิ้น 55,000 บาท
1. รางวัลที่ 1 จำนวน 4 รางวัล (ระดับละ 1 รางวัล) : รางวัลละ 10,000 บาท รวม 40,000 บาท
2. รางวัลที่ 2 จำนวน 4 รางวัล (ระดับละ 1 รางวัล) : รางวัลละ 7,000 บาท รวม 28,000 บาท
3. รางวัลที่ 3 จำนวน 4 รางวัล (ระดับละ 1 รางวัล) : รางวัลละ 5,000 บาท รวม 20,000 บาท
ส่งเรียงความพร้อมใบสมัคร ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ณ สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมป์บ้านมนังคศิลา ถนนหลานหลวง เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ คุณจินตนา โทรศัพท์ 02-581-0957, 02-281-0081 โทรสาร 02-281-2189
ประกาศผล วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม 2553 (ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับการติดต่อจากสภาสตรีแห่งชาติฯ)
การรับรางวัล รับรางวัลในงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2553 ณ สโมสรทหารบก ถนน วิภาวดี-รังสิต กรุงเทพฯ
สามารถโหลดโครงการได้ที่นี่ค่ะ
สามารถโหลดใบสมัครได้ที่นี่ค่ะ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

